jump to navigation

ไฟไหม้…ลพบุรี มกราคม 26, 2008

Posted by ~MymP~ in Learn.
Tags:
5 comments

ว่ากันว่า…
หลายครั้งหลายคราที่จังหวัดลพบุรี
เกือบได้เป็นเมืองหลวงของไทยแลนด์แดนสยามบ้านเรา

เพราะเป็นจังหวัดโปรดของทั้งพระมหากษัตริย์
และผู้นำประเทศในหลายยุคหลายสมัย

ในสมัยอยุธยา สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ก็ทรงโปรดจังหวัดนี้ ที่จะทั้งประทับและว่าราชการ
เกือบตลอดรัชสมัยของพระองค์

ในยุครัตนโกสินทร์ จอมพลป.พิบูลย์สงคราม
ก็เคยมีดำริจะย้ายเมืองหลวงไปยังจังหวัดนี้
เพราะณ.ขณะนั้น กรุงเทพมหานคร
ยังอยู่ในภาวะระหว่างและหลังสงครามโลก

แต่…
ก็ไม่สามารถทำได้

เพราะที่นี่…
“ไฟ”ไหม้…บ่อยเป็นพิเศษ

ทำไมอ่ะ
นั่นสิ…ทำไม

ล่าสุด…ไฟไหม้บ้านเรือนไทยแสนสวย
ที่เป็นฉากของภาพยนตร์(หรือละคร)เรื่อง”ทวิภพ”
เจ้าของร้องไห้จะเป็นจะตายอยู่หน้าบ้าน

เอ๊ะ…ทำไม

ก็เพราะว่า
“ศร”เคลื่อนค่ะ

หลังจากที่พระรามทรงปราบทศกัณฐ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พระองค์ทรงมีศึกครั้งสุดท้ายกับยักษ์ตนที่ชื่อว่า
“ท้าวอุณาราช”เจ้าเมื่องสิงหร
พรอง๕ทรงแผลงศรโดนท่านท้าว—
กระเด็นมาติดอยู่กับเขาที่จังหวัดลพบุรีนี่เอง
เขานี้ชื่อ….

ว้าย…ไม่ใช่ค่ะ
(เห็นมั๊ยคะ…เลี้ยวผิดอดเที่ยว…แต่อิ่มแทนนะคะ)

พระองค์ทรงสาปให้ท่านท้าวติดแหง็กอยู่ที่นี่
โดยมีไก่แก้วเฝ้าไว้
หากศรขยับแม้เพียงน้อยเมื่อไหร่
ไก่แก้วจะขันขึ้น
แล้วทหารเอกของท่าน…
ทายสิใครเอ่ย

ลพบุรีมีลิง…แล้วเจ้าแห่งลิงก็คือ
“กำแหงหนุมานชาญสมร”
จะมาตอกศรให้เข้าที่
ตอกทีจะมีประกายไฟที
มาทีไฟไหม้ที…ว่างั้นเหอะ

ศรดอกนี้ทำมาจากต้นกก
คนทั้งหลายเลยขนานนามท่านท้าวว่า
“ท้าวกกขนาก”

พระรามนั้นสาปให้ท่านท้าว
ติดแหง็กอยู่ที่เขานี้
จนกว่าพระศรีอาริยเมตไตร
จะเสด็จมาที่นี่และตรัสด้วย
จึงจะพ้นสาป

ท่านท้าวทรงมีลูกสาวสวยชื่อ
“นางวงพระจันทร์”
(อย่านะจ๊า…บทนี้ดิฉันเคยเล่นละครเวทีมาแล้วนะจ๊า)
ซึ่งตามมาอยู่เป็นเพื่อนท่านท้าว
คอยทอผ้าใยบัวในทุกๆคืนวันเพ็ญเพื่อรอถวายพระศรีอาริย์

น่าสงสารนะคะ

ตำนานอันนี้ก็อปมาจาก OK Nation ค่ะ

ว่ากันว่า บัดนี้นางจันทร์ยังคงอยู่ในถ้ำบนเขานางจันทร์
เพราะระศรีอาริย์ยังไม่มาโปรด 
เขาเล่ากันว่าถึงวันดีคืนดีนางจันทร์ ออกไปจ่ายตลาดที่ตลาดลพบุรี บ้านหมี่ โคกสำโรง
สิ่งที่นางจันทร์ต้องการซื้อมากๆคือน้ำส้มสายชู เพื่อนำไปราดที่อกท้าวกกขนาก
เพื่อทำให้ลูกศรเขยื้อนออกมาได้ เป็นที่กล่าวขานกันว่าเขาไม่ให้ขายน้ำส้มสายชู ในตลาดเมืองลพบุรี
เพราะกลัวนางจันทร์มาซื้อไปราดอกพ่อ เพื่อให้ศรหลุดออกมา

อันนี้เล่าต่อเอง…มาจากบทละครเวทีที่ดิฉันเล่นค่ะ

…หากนางวงพระจันทร์ทอผ้าเสร็จเมื่อไหร่ พระศรีอาริย์จะเสด็จมารับ
เมื่อนั้นท้าวกกขนากก็จะเป็นอิสระ
ดังนั้น เทพยาดาหลายองค์จึงไม่วางใจ
ทำการขัดขวางนางวงพระจันทร์มิให้ทอผ้าเสร็จ
โดยส่งเทวดาหนุ่มมาเกี้ยวพาราสีนาง
เมื่อนางมีใจให้…ผ้าทอใยบัวจะลุกไหม้
เพราะจิตนางไม่บริสุทธิ์ซะแล้ว
จึงต้องกลับมาทอใหม่ด้วยหัวใจสลาย…
(อกก็หัก…ผ้าก็ไหม้…”ช้างฟาด”)

ส่งท้ายเป็นเรื่องขำๆน่ารักๆ พ่อๆลูกๆ
ที่ดิฉันเอามาทำเป็นตอนต้นของละครเรื่องนี้ค่ะ

นางวงพระจันทร์แม้จะเป็นนางยักษี
แต่ก็มีจิตใจใฝ่บุญใฝ่กุศลเสมอ
นางชอบตักบาตรทำบุญค่ะ

วันหนึ่ง…
มีพระ 2 รูปมาบิณฑบาตบนเขาวงพระจันทร์
นางจึงนิมนต์ท่าน
“ยืนรอดิฉันประเดี๋ยวนะเจ้าคะ”

นางกลับเข้าไปในถ้ำ ประเดี๋ยวก็ออกมา
(นางวงพระจันทร์มองหาพระแต่หายไปซะแล่ว…หันซ้ายหันขวา
จึงหันถามบิดาที่อยู่ในถ้ำ)
นางวงพระจันทร์ : พ่อ…พ่อจ๋า  พอเห็นพระสงฆ์สองรูปหน้าถ้ำไหม
ท้าวกกขนาก : ไม่เห็นหรอกลูกวงพระจันทร์
นางวงพระจันทร์ :  ลูกนิมนต์ท่านหน้าถ้ำหมายจักใส่บาตรเสียหน่อย
ท้าวกกขนาก : ไม่เห็นมีเลยลูกวงพระจันทร์ แต่เช้าหน้าถ้ำพ่อเห๋นแต่แมงวันสีเหลืองสองตัว
                 พ่อจับกินไปเรียบร้อยแล้ว… กลัวหน้าถ้ำเราสกปรกน่ะลูก…